เหตุที่ให้เกิดตาย

posted on 09 Sep 2009 05:16 by luangpu in dhammaprateep directory Knowledge

▼ หนังสือธรรมประทีป ธรรมะภาคปฏิบัติ โดย หลวงปู่เปรม เปมงฺกโร

ก็เมื่อได้ความเข้าใจถึงสิ่งที่สูญและไม่สูญเช่นนี้แล้ว
ปัญหาก็จะมีขึ้นอีกว่า เหตุใดคนสามัญเราจึงต้องเกิดต้องตาย
ก็จะไม่เกิดไม่ตายเสียเหมือนอย่างพระอรหันต์ไม่ได้หรือ
ก็จะต้องพูดกันอีกดั่งต่อไปนี้.


   เหตุที่ให้เกิดตาย

ให้ทราบกันแล้วว่า ความเกิดแลความตายนั้น
เฉพาะลักษณะอาการกิริยาเท่านั้นที่เกิดตาย

พูดฟังง่ายๆ ก็คือ เปลี่ยนสภาพ
อย่างคฤหัสถ์เปลี่ยนสภาพเป็นพระภิกษุหรือสามเณร
สามเณรเปลี่ยนสภาพเป็นพระภิกษุ
ภิกษุกลับเวียนเปลี่ยนสภาพเป็นคฤหัสถ์ ฉะนั้น.

ประกาศลักษณะอาการให้เป็นไปต่างๆตามความมุ่งหมายของตน
ปล่อยวางสภาพเก่า เข้าถึงสภาพใหม่
ก็เท่ากับว่าตายจากสภาพเก่า เกิดเป็นสภาพใหม่

การปล่อยและการยึดถือนั้น ต้องอาศัยเหตุปัจจัย
เพราะฉะนั้น ปัญหาเรื่องนี้ควรแยกถ้อยคำออกพิจารณาเป็นส่วนๆ
คือ การเกิดอย่างหนึ่ง การตายอย่างหนึ่ง

ตั้งเป็นข้อถามขึ้นว่า
เพราะเหตุอะไรจึงต้องเกิด เพราะเหตุอะไรจึงต้องตาย ดั่งนี้

ได้พูดแล้วในเบื้องต้นว่า
สามัญสัตว์โลกได้ถูกอวิชชา ตัณหา อุปาทาน เข้ายึดอำนาจไว้
สามัญสัตว์จึงต้องตกอยู่ในอำนาจของตัวมาร เหล่านั้น

จึงต้องกล่าวแก้ว่า
เพราะสามัญสัตว์ โง่เขลา ทะเยอทะยานอยากได้ใคร่ดี และ
ยึดถืออิฏฐารมณ์ คือรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะที่ดีน่าปรารถนารักใคร่
คือ อาลัยติดใจต่ออารมณ์ในโลกอยู่ จึงต้องได้อัตภาพใหม่ คือ เกิดอีก

และอัตภาพที่ตนได้ ย่อมเป็นที่ตั้งแห่งความสมประสงค์
ในการแสวงหาอารมณ์นั้นๆ ก็คือเช่นอัตภาพของเรานี้

แต่อัตภาพร่างกายนี้ขัดกับความมุ่งหมายไม่อยู่ในอำนาจได้เต็มที่
ไปตกอยู่ในอำนาจแห่งเหตุปัจจัย
เกิดขึ้นด้วยอำนาจ พีชะนิยม อุตุนิยม กรรมนิยม เป็นเหตุปัจจัย


สิ่งที่เกิดแต่เหตุแล้ว ก็ย่อมเป็นไปตามเหตุ
จะให้เที่ยงถาวรไม่ได้ เพราะเป็น สังขตธรรม เกิดแต่ปัจจัย

เมื่อถึงคราวแก่ต้องแก่ ถึงคราวเจ็บต้องเจ็บ ถึงคราวตายต้องตาย
เพราะฉะนั้น สามัญสัตว์ทั้งหลายจึงต้อง
จำตาย

เช่นนี้ก็คงได้ความสว่างขึ้นหน่อยหนึ่งแล้วว่า

สามัญสัตว์ ต้องเกิด
ก็เพราะ ติดใจ อาลัยต่ออารมณ์ในโลกอยู่ ยังไม่ปล่อยวาง
และ ต้องตาย เพราะอัตภาพร่างกายที่อาศัยนี้ไม่ถาวร
ต้องแตกดับยับเยินไป โดยสิ้นเหตุปัจจัย


เหมือนที่อยู่อาศัยของเรา จะให้แข็งแรงใหม่เอี่ยมอยู่เสมอนั้นไม่ได้
เมื่อชำรุดหักพังแล้วก็ต้องสร้างใหม่

เรื่องนี้ถ้ามีข้อเปรียบเทียบ ความก็จะชัดเจนดีขึ้น
จึงต้องหาเรื่องเปรียบสักปริยายหนึ่ง

ยกการมโหรสพขึ้นเป็นข้ออุปมา เช่น หนังหรือละคร
หนังเขาต้องฉายเป็นเวลา ละครเขาก็ต้องเล่นเป็นเวลา

ในโรงหนังขณะเมื่อไม่ได้ฉาย นอกจากเจ้าถิ่น แล้วก็ไม่มีคน
โรงละครก็เหมือนกัน ขณะเมื่อไม่ได้เล่น นอกจากเจ้าถิ่นแล้วก็ไม่มีคน

แต่เมื่อหนังได้เริ่มฉาย ละครได้เริ่มเล่นขึ้นแล้ว
คนก็มาเกิดเต็มแน่นไปหมดในโรงหนังโรงละครนั้น
ครั้นหนังและละครเลิกแล้วคนก็หายไปหมด

นี่แหละ จงคิดดูว่าคนที่มาเกิดในโรงหนังโรงละครนั้น
มาโดยฝืนใจ หรือว่ามาโดยความพอใจเล่า

เราก็ต้องเห็นว่าเขามาโดยความพอใจ
คือ เขาติดใจชอบดูหนังดูละคร

ก็ครั้นเมื่อหนังและละครเลิก แล้วเหตุใดเขาจึงพากันกลับหมด
และกลับไปโดยฝืนใจ หรือชอบใจเล่า

เราก็ต้องเห็นว่าเขาจำเป็นต้องกลับเพราะหนังและละครเลิก
ขืนอยู่ต่อไปก็ไม่มีอะไรจะดู และกลับไปโดยฝืนใจ เพราะยังอาลัยในการดูอยู่

ก็แปลว่า มาโดยความเต็มใจ กลับไปโดยฝืนใจ

มาในโรงหนังโรงละคร
ก็เหมือนมาเกิดในโลกนี้ด้วยความพออกพอใจ

ออกจากโรงหนังโรงละครไป
ก็เหมือนตายจากโลกนี้ ไปโดยฝืนใจต้องจำใจตาย
เพราะอัตภาพร่างกายไม่เป็นไปตามความประสงค์

คราวนี้หนังและละครนั้น เขาเริ่มฉายเริ่มเล่นกันขึ้นอีกตามเวลาของเขา
คนที่เคยดูมาแต่ก่อนๆ ก็มาเกิดแน่นหนากันขึ้นอีกในโรงหนังโรงละครนั้น
แต่ครั้นหนังและละครนั้นเลิกแล้ว เขาเหล่านั้นก็พากันกลับหมดอีก

ก็คนที่เคยกลับออกไปจากโรงหนังโรงละครแล้ว เหตุใดเขาจึงกลับเข้ามาอีก
เราก็ต้องเห็นว่า เพราะเขายังอาลัยติดใจดูหนังดูละครอยู่นั้นแหละอีก
เขาจึงต้องมาดูอีก

นี่เท่ากับว่า
คนที่ตายไปแล้วกลับมาเกิดอีก
เพราะยังอาลัยติดใจซึ่งอารมณ์ในโลกอยู่


ครั้นหนังและละครเลิกอีก เขาก็กลับไปเสียอีกนั้น
ก็เท่ากับต้องจำใจตายจากโลกนี้ เพราะอัตภาพร่างกายไม่เป็นไปตามประสงค์

เมื่อเช่นนั้นโลกนี้ก็เหมือนโรงหนังโรงละคร
อันเป็นที่ยั่วยวนชวนจิตแห่งสามัญสัตว์ให้หลงใหล

สามัญสัตว์โลกก็เวียนเกิดเวียนตายอยู่ในโรงหนังโรงละครนั่นเอง
โดยอำนาจแห่งอวิชชา ตัณหา อุปาทาน เป็นเหตุให้สามัญสัตว์
ติดอกติดใจใน รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ อิฏฐารมณ์ในโลก

มาเกิดโดยความเต็มใจ ตายไปโดยความฝืนใจ
คือ ต้องจำใจตาย เพราะร่างกายไม่อำนวย
ตายแล้วก็กลับวนมาเกิดอีก โดยอัตภาพร่างกายอำนวย


เท่าที่ได้พรรณนามานี้ นับว่าแก้ปัญหาข้อว่า
เหตุใดจึงต้องเกิด เหตุใดจึงต้องตาย นั้น ได้แล้ว

ย่อความกล่าวว่า
ต้องเกิด เพราะชอบใจอารมณ์ในโลก
ต้องตาย เพราะอัตภาพร่างกายถึงคราวพิบัติ
ตายไปด้วยความอาลัย ตายแล้วจึงต้องมาเกิดอีก


เมื่อไม่อยากเกิดอยากตาย จะเอาเหมือนอย่างพระอรหันต์
ก็ต้องเลิกความชอบใจอาลัยซึ่งอารมณ์ในโลกเสีย
ก็จะสิ้นชาติสิ้นภพได้แลฯ


จักกล่าวถึงการหมุนเวียนไว้อีกประการหนึ่ง
ซึ่งมาโดยทางแบบแผน เพื่ออุปถัมภ์ข้อความดั่งที่ว่ามานั้นให้แจ่มแจ้งดีขึ้น
เป็นประโยชน์ในการประพฤติปฏิบัติเรียกกันว่า วัฏฏะ การหมุนเวียน ดังนี้ฯ


▲ ธรรมประทีป ธรรมะภาคปฏิบัติ หลวงปู่เปรม เปมงฺกโร หน้า ๓๕-๓๘


◀ บทก่อนหน้า...คนสามัญตายแล้วเกิดอีก  

▶ อ่านต่อ...วัฏฏะ ๓